25/10/2021

1000 Rupee Note | พลิกชีวิตพันรูปี (2014)

1000 Rupee Note

1000 Rupee Note | พลิกชีวิตพันรูปี (2014)

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์เมืองไทยตอนนี้ ประชาชนส่วนใหญ่รังเกียจอาชีพตำรวจเข้าไส้ ทั้งภาพสลายการชุมนุมที่รุนแรงและคดีตำรวจเซเลปรีดไถเงินผู้ต้องหาจนเสียชีวิต ยิ่งตอกย้ำว่าแท้จริงแล้ว อาชีพนี้ก็คือโจรในคราบเครื่องแบบดีๆ นี่เอง และความเกลียดชังนี้สะท้อนได้จากร้านค้าหรือร้านตัดผมที่คิดป้ายประกาศชัดว่าไม่รับตำรวจเป็นลูกค้า หรือข่าวที่ตำรวจนายหนึ่งขอรับบริจาคเลือดแต่ไม่มีใครไปช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว จนญาติๆ ต้องออกมาชี้แจงว่าตำรวจคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคฝ. ถ้าหากการตรวจสอบไม่เกิดขึ้น ตำรวจไม่ถูกดำเนินคดี ก็จะมีเหตุการณ์ที่ประชาชนกีดกัดอาชีพนี้ทวีคูณขี้นเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าจะไปจบสิ้นตรงไหน ที่ผมนำเรื่องนี้มาเล่าให้ทุกคนฟังก็เพราะว่าผมเพิ่งได้ ดูหนังออนไลน์ เรื่องหนึ่งของประเทศอินเดียวและรู้สึกไม่ต่างกับไทย หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “1000 Rupee Note พลิกชีวิตพันรูปี”

1000 Rupee Note ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama กำกับโดย Shrihari Sathe เรื่องราวของหญิงชนบทที่ได้รับเงินซื้อเสียงจากนักการเมืองมาหลายพันรูปี เธอจึงเดินทางเข้าเมืองเพื่อซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่ถูกกล่าวหาว่าใช้เงินปลอมจนเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต 

พลิกชีวิตพันรูปี

เรื่องราวเกิดขึ้นในหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งของประเทศอินเดีย ป้าพุทธิ คือหญิงที่ชาวบ้านต่างเคารพและเอ็นดูในตัวเธอ พุทธิมีฐานะยากจนแต่ก็ยังชอบแบ่งปันน้ำชาและอาหารให้กับเพื่อนบ้าน เงิน 1 รูปีเธอยังไม่สามารถจ่ายให้กับร้านค้าไหว วันหนึ่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเธอฆ่าตัวตายเพราะเขาติดหนี้นอกระบบ กลายเป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ 1 ปี ผ่านไปก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง จั๊ดฮาฟ นักการเมืองที่จะลงแข่งเป็นสมัยที่ 2 ได้มาหาเสียงในหมู่บ้าน ตามธรรมเนียม เขาให้ชาวบ้านต่อแถวและแจกเงินกับมือ จั๊ดฮาฟจำหน้าของป้าพุทธิได้ว่าเธอเพิ่งเสียลูกชายไป เขาจึงมอบเงินจำนวน 4 พันรูปีให้กับเธอ ป้าพุทธิค่อนข้างช็อคและกังวลใจว่าเก็บเงินไว้ที่ไหนดี คืนนั้นเธอระแวงไปหมดเพราะกลัวเงินถูกขโมย เช้าวันต่อมา เธอไปร้านขายของชำเพื่อขอซื้อน้ำตาลและนมวัว แต่พ่อค้าไม่ยอมขายให้เพราะไม่มีเงินทอนให้กับเธอ ป้าพุทธิเดินไปหาสุดามาที่กำลังเลี้ยงวัวอยู่กลางทุ่งนา เขาคือหนุ่มข้างบ้านที่มักจะนั่งทานข้าวกับเธอบ่อยๆ หลังจากลูกชายของเธอเสีย ป้าพุทธิมาขอร้องให้เขาพาเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อเสื้อผ้าใหม่ เปลี่ยนกรอบแว่นตา และกรอบรูปลูกชายที่แตก สุดามาแนะนำว่าให้เก็บเงินไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นดีกว่า แต่ป้าพุทธิยืนกรานว่าเธอจะเข้าเมืองให้ได้ ด้วยความเป็นห่วงว่าป้าจะถูกเสือกินกลางทาง เขาจึงยอมที่จะไปเป็นเพื่อน 

1000 Rupee Note

ทั้งคู่เดินทางด้วยรถบัสหลายชั่วโมงกว่าจะถึงในเมือง ร้านแรกที่ป้าพุทธิไปคือร้านตัดแว่น ราคาซ่อมอยู่ที่ 70 รูปี เธอนำเงินสด 1 พันรูปีให้กับช่าง แต่เขาไม่มีเงินทอนให้ สุดามาจึงเอาเงินสดของเขาออกให้ก่อน ร้านที่สองป้าพุทธิไปที่ร้านกรอบรูป เขาก็ยังไม่มีเงินทอนให้กับเธอเหมือนเดิม แต่ในรอบนี้สุดามาไม่มีเงินเพียงพอจะออกให้ก่อน จึงได้แต่นำรูปฝากไว้กับร้านก่อนแล้วค่อยกลับมาเอา ร้านที่สามคือร้านเสื้อผ้า ซึ่งพ่อค้ามีเงินทอนให้แต่เขาสงสัยว่าป้าพุทธิจะให้แบงค์ปลอมกับเขา เพราะสภาพของเธอดูไม่น่าจะมีเงินสดมากมายขนาดนี้ เจ้าของร้านจึงเรียกตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงให้มาช่วยดู ป้าพุทธิจึงบอกความจริงว่าจั๊ดฮาฟ เป็นคนให้เงินกับเธอตอนไปหาเสียง ตำรวจไม่เชื่อสิ่งที่บอกและพาไปโรงพัก พร้อมกับยึดเงินทั้งหมดที่มี ตำรวจเชื่อว่าเธอนำเงินปลอมมาจากตุรกีและด่าทอที่เธอกล่าวหานักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล ทั้งป้าพุทธิและสุดามาถูกขังคุกเป็นเวลา 1 วันโดยที่ไม่ได้กินข้าวกินปลา ส่วนตำรวจนำเงินของเธอไปซื้อเหล้ามาดื่มจนเมามาย แถมพวกเขายังคิดกลอุบายที่จะแบล็คเมล์จั๊ดฮาฟอีกด้วย สารวัตรไปที่บ้านของนักการเมืองคนดังและโกหกว่า ตอนนี้นักข่าวรู้เรื่องว่าเขาซื้อเสียง พร้อมกับมีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิด ถ้าหากข่าวถูกปล่อย ความนิยมของจั๊ดฮาฟอาจจะลดฮวด ซ้ำร้ายอาจจะถูกดำเนินคดีอีกด้วย เขาจึงติดสินบนกับสารวัตรหลายหมื่นรูปี ส่วนป้าพุทธิและสุดามาถูกปล่อยตัว พวกเขาเหลือเงินติดตัวพอที่จะจ่ายค่ารถได้ เจ้าของร้านกรอบรูปเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาวิ่งมาหาป้าพุทธิพร้อมกับให้กรอบรูปลูกชายของเธอโดยไม่คิดเงิน

พล็อต หนังออนไลน์ แบบนี้ถ้าหากไทยนำมารีเมคคงไม่ต้องดัดแปลงอะไรเลย เปลี่ยนแค่ตัวละครก็พอแล้ว บริบทของสังคมและสถานการณ์ที่คนไร้สิทธิ์ต้องเจอช่างเหมือนกับคนไทยไม่มีผิด ทั้งป้าพุทธิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้ทั่งนักการเมือง ตอนดูผมรู้สึกอินเป็นอย่างมาก และชอบที่คนจนก็ยังคงเป็นเหยื่อในสังคมอยุติธรรมอยู่เสมอ