02/12/2021
Britney Vs Spears

Britney Vs Spears (2021)

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมามีข่าวช็อควงการเพลงสากลเมื่อ บริทนีย์ สเปียร์ส นักร้องสาวชื่อดังฟ้อง เจมี สเปียร์ส พ่อของเธอเองและศาลตัดสินให้เธอชนะ เนื่องจากเขาร่างกฎหมายเป็นผู้พิทักษ์ชีวิตและทรัพย์สินของลูกสาวตัวเองมานานกว่า 13 ปี นั่นทำให้บริทนีย์ไม่ได้รับอิสรภาพ เธอไม่สามารถเล่นโซเชียลมีเดียได้ ถ้าหากเธอทำอะไรที่ไม่พอใจพ่อตัวเองอาจจะทำให้เธอเสียสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอได้ ถ้าหากเธอใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ บริทนีย์อาจจะโดนยึดทรัพย์และกลายเป็นคนไร้บ้านในทันที ไปล้วงลึกเรื่องราวเหล่านี้ให้มากกว่านี้กันกับการ ดูหนังใหม่ออนไลน์ แนวสารคดีสุดฉาวโฉ่เรื่อง ‘Britney Vs Spears’

Britney Vs Spears ภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary กำกับโดย เมื่อ อีริน ลี คารร์ นักข่าว เจนนี่ เอลิสคู และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เอริน ลี คาร์ สืบสวนการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของบริทนีย์ สเปียร์สผ่านการสัมภาษณ์พิเศษและหลักฐานที่เป็นความลับ

Britney Vs Spears

สารคดีเริ่มต้นด้วยฟุตเทจของบริทนีย์ในวัย 8 ขวบที่กำลังร้องเพลงอยู่ พร้อมกับเสียงบรรยายที่บอกว่าแม่ของเธอเชื่อว่าเธอร้องเพลงได้ และมันเป็นสิ่งที่เธออยากทำมาตลอด การที่เธอขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกมันไม่ใช่แค่โชคแต่เป็นฝีมือและความทุ่มเทระดับนักกีฬาโอลิมปิกจริงๆ ถึงสามารถก้าวเข้าสู่วงการได้ เมื่อเธอดังเป็นพลุแตก เธอก็เสียการควบคุมหนักขึ้นเรื่อยๆ และเห็นได้ชัดว่าช่วงนั้นเธอกำลังเจอวิกฤต สารคดีนำฟุตเทจขณะที่เธอโด่งดังและมีนักข่าวรุมทึ้งขอสัมภาษณ์และถ่ายรูป รวมถึงสมาชิกครอบครัวของเธอที่ด่าดำคร่ำเครียดเวลานักข่าวถามถึงความเป็นอยู่และอิสรภาพของบริทนีย์ ความสูญเสียของนักร้องสาว มันเริ่มจากการถูกคนอื่นควบคุมชีวิต การเงินและธุรกิจของตัวเองชั่วคราว จนเป็นการควบคุมอย่างถาวร ฝั่งครอบครัวรู้สึกว่าต้องทำเพื่อปกป้องบริทนีย์ แต่เธอกลายเป็นคนไม่มีอิสรภาพ เธอไม่มีสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ เธอเขียนเช็คหรือมีบัตรเครดิตไม่ได้ ถ้าหากเธอทำตัวไม่ดี เธอจะเสียสิทธิในการดูแลลูกๆ ไป มีหลายคนพยายามที่จะเข้ามาช่วยเหลือให้เธอได้รับอิสรภาพแต่กลับต้องเจออุปสรรคมากมายและได้รับผลกระทบกับชีวิตอย่างหนัก บริทนีย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อ “ฉันแค่อยากได้ชีวิตตัวเองคืน ฉันโดนปล้นชีวิตไป 13 ปี มันนานพอแล้ว” 

Britney Vs Spears

ฤดูใบไม้ร่วงปี 2019 อีรินเริ่มทำหนังเกี่ยวกับบริทนีย์ สเปียร์ส ร่วมกับนักข่าว เจนนี่ เอลิสคิว หนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับความเป็นศิลปินและภาพลักษณ์ของเธอในสื่อ แต่เรื่องนี้จะเกี่ยวกับอำนาจและการควบคุมด้วย เต็มไปด้วยแผนสมรู้ร่วมคิดและข่าวลือ และไม่เคยมีใครยอมพูด ตอยอีรืนอายุ 10 เธอเห็นบริทนีย์บนจอทีวี เธอจำได้ว่าหยิบซีดีแผ่นนึงที่มีรูแดอกไม้ อัมบั้ม “…เบบี้วันมอร์ไทม์” เธอหมกมุ่นกับมันมากๆ ในวัย 16 ปี บริทนีย์ก็เป็นปรากฏการณ์และไม่ได้ดังชั่ววูบแล้วหายไป จากปี 1998 ถึงปี 2003 เธอมียอดขายกว่า 73 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก ปี 2004 เธอคือศิลปินหญิงที่ขายดีที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค มีเพลงฮิตติดๆ กัน คนทั่วโลกคลั่งไคล้เธอ แต่แล้วจู่ๆ บริทนีย์ก็เลิกทำงานเพลง เธอหลงรักแบ็คอัพแดนเซอร์ที่ชื่อ เควิน เฟเดอร์ไลน์ บริทนีย์ขอเควินแต่งงานในเที่ยวบินข้ามแอตแลนติกครั้งหนึ่ง พวกเขาแต่งงานและมีลูกทันทีสองคน แต่สองปีต่อมา ชีวิตคู่ก็จบลง บริทนีย์เป็นคนฟ้องหย่า และเธอจะกลับมาเปิดการแสดงอีกครั้ง แต่สิ่งที่ดูเหมือนจุดเริ่มต้นการกลับมาคุมชีวิตตัวเองนั้น ที่จริงคือจุดจบ หลังจากนั้นเธอก็รักๆ เลิกๆ กับหนุ่มนอกวงการหลายคน ข่าวเสียหายมีมากขึ้น ทำให้พ่อและแม่เข้ามาเป็นผู้จัดการและร่างสัญญาที่ครอบครองเงินทั้งหมดที่เธอหามา นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของศึกระหว่างบริทนีย์และตระกูลสเปียร์ส 

จริงๆ แล้วมีคนดังหลายๆ คนที่ไม่ค่อยลงรอยกับคนครอบครัวเหมือนกัน และบางคนก็ถึงขั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาต้องจบชีวิต เหมือนกับ หนังออนไลน์ เรื่อง Amy ที่เล่าถึงชีวิตของเอมี่ ไวน์เฮาส์ ทั้งในช่วงรุ่งโรจน์และตกต่ำโดยมีพ่อเป็นปัจจัยหลักในชีวิต หรือข่าวการแต่งงานของแองเจเลน่า โจลี่ กับ แบรด พิตต์ อดีตสามี ที่เธอไม่เชิญพ่อแม่แท้ๆ ไปร่วมพิธีแต่งงานด้วย เป็นต้น และสำหรับบริทนีย์ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเธอที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระสักที