06/10/2022

Days Of Being Wild | วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า (1990)

Days Of Being Wild

Days Of Being Wild | วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า (1990)

ก่อนที่หว่อง กาไว จะมาดังมากๆ จากผลงานเรื่อง Chungking Express (1994), Fallen Angels (1995), Happy Together (1997) และ ดังสุดๆ ใน In the Mood for Love (2000) เขาเลยลองผิดลองถูกมาก่อนหน้า 2 เรื่อง วันนี้ผมเลยถือโอกาสหยิบ หนังHD เรื่องที่ 2 ของเขามาให้ทุกคนได้ดูและเสพความเหงาในหนังที่มีชื่อว่า ‘Days Of Being Wild วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า’

Days Of Being Wild ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama กำกับโดย หว่อง กาไว เรื่องราวของ ยัดดี้ ที่เพิ่งได้รู้ความลับบางอย่างว่าแม่อาชีพโสเภณีที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา แต่ถึงกระนั้น เธอก็ไม่ยอมบอกชื่อแม่จริงๆ ให้เขารู้ เพราะลึกๆ แล้วเธอไม่อยากเสียเขาไป ในช่วงที่เขากำลังว้าเหว่และสับสน กลับมาหญิงสาวหน้าตาสะสวยเข้ามา ซึ่งจะทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า

หนังเรื่องนี้เริ่มต้นในปี 1960 ที่ฮ่องกง ยุดดี้ เพลย์บอยที่พูดจาคล่องแคล่วเกลี้ยกล่อมหลี่เจินแต่ไม่สนใจที่จะสานสัมพันธ์จริงจังกับเธอ หลี่เจิ้นที่ต้องการแต่งงานกับเขา อกหักและตัดสินใจที่จะจากไป ยุดดี้เริ่มความสัมพันธ์ใหม่กับมีมี่ นักเต้นคาบาเร่ต์ที่ร่าเริง เซ็บเพื่อนของเขาก็สนใจเธอเช่นกัน แต่เธอไม่ตอบสนองความรู้สึกของเขา ยุดดีมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับแม่บุญธรรมของเขา ซึ่งเป็นอดีตโสเภณี หลังจากที่เธอเปิดเผยว่าเขาเป็นลูกบุญธรรม เขาไม่เห็นด้วยกับการเลือกคนรักของเธอที่อายุน้อยกว่าเธอซึ่งเขาคิดว่ากำลังเอาเปรียบเธอ ในขั้นต้นเธอปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าใครเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของเขา แต่ในที่สุดก็ยอมจำนนและบอกเขาว่าเธออาศัยอยู่ในฟิลิปปินส หลี่เจิ้น พบความปลอบใจในไทด์ตำรวจที่ออกรอบใกล้บ้านของยุดดี้ ไทด์ฝันอยากเป็นกะลาสีเรือ แต่เขาเลือกเป็นตำรวจเพื่ออยู่ดูแลแม่ของเขา หลี่เจิ้นพูดถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่ล้มเหลว การแต่งงานที่ใกล้จะเกิดขึ้นของลูกพี่ลูกน้องที่ประสบความสำเร็จของเธอและการที่เธอคิดถึงบ้าน หลี่เจิ้นซึ่งทำงานที่แผงขายตั๋วในสนามฟุตบอล สัญญากับไทด์ว่าจะให้ตั๋วฟรีสำหรับแมตช์ที่เขาเลือกและไทด์บอกให้เธอโทรหาเขาที่ตู้โทรศัพท์ที่เขาเดินผ่านทุกคืน ถ้าเธอต้องการใครสักคนให้คุยด้วย ความโรแมนติกใกล้ตัวของพวกเขาถูกบอกใบ้ แต่ไม่เคยปรากฏให้เห็น เมื่อแม่ของเขาจากไป ไทด์ก็ออกไปเป็นกะลาสี ยุดดี้ตัดสินใจตามหาแม่ผู้ให้กำเนิดและเดินทางไปฟิลิปปินส์ โดยมอบรถให้เซ็บโดยไม่แจ้งมีมี่ มีมี่รู้สึกท้อแท้และตั้งใจที่จะตามเขาไป เซ็บผู้เป็นที่รักของเขายังคงไม่สมหวัง ขายรถของยุดดี้เพื่อเป็นเงินทุนในการเดินทาง และขอให้เธอกลับมาหาเขาหากไม่พบยุดดี้ ยุดดี้พบบ้านแม่ของเขาแต่เธอปฏิเสธที่จะพบเขา

Days Of Being Wild

ไทด์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกะลาสีเรืออยู่ระหว่างแวะพักในฟิลิปปินส์ พบยุดดี้ขี้เมาอยู่บนถนนและพาเขาไปที่ห้องพักในโรงแรม ยุดดี้จำเขาไม่ได้แต่ยอมรับความช่วยเหลือของเขา เขาทะเลาะวิวาทกันที่สถานีรถไฟเพื่อจ่ายค่าหนังสือเดินทางอเมริกันและแทงชายคนหนึ่ง ไทด์ช่วยเขาและพวกเขาก็หลบหนีไปบนรถไฟ ไทด์ถามเขาว่าเขาจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในวันใดวันหนึ่งจนถึงนาทีที่แน่ชัด โดยอ้างอิงถึงสิ่งที่เขาบอกหลี่เจิ้นในช่วงเริ่มต้นการเกี้ยวพาราสี เขาบอกว่าเขาจำได้และบอกเขาว่าควรบอกหลี่เจิ้นว่าเขาไม่ทำดีกว่า ไทด์กลับมาจากการสนทนากับพนักงานควบคุมรถไฟและพบว่ายุดดี้ถูกยิงเสียชีวิต ลำดับสุดท้ายแสดงให้เห็นว่ามีมี่มาถึงฟิลิปปินส์แล้ว หลี่เจินปิดแผงขายตั๋วและโทรศัพท์ที่บูธก็ดังขึ้น หนังจบลงด้วยช็อตเด็ดของชายหนุ่ม สูบบุหรี่ และเตรียมตัวให้พร้อมในห้องมืด

น่าจะเป็น หนังคมชัดHD ของหว่องที่ดูง่ายและจับต้องได้ที่สุดแล้ว แต่ในมุมมองของผม คิดว่าเป็นช่วงที่เขากำลังค้นหาแนวทางและสไตล์ให้กับหนังของตัวเอง มันดูยังไม่คม ยังไม่สุด แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเป็นผลงานของเขา โดยรวมก็ยังรู้สึกเหงาตามสไตล์หนังหว่องอยู่ครับ