18/09/2021

Dew I ดิว ไปด้วยกันนะ (2019)

Dew I ดิว ไปด้วยกันนะ (2019)

ถ้าจะให้นึกถึงผู้กำกับหนังไทยที่ยกระดับหนัง LGBTQ ในสังคมไทย ต้องขอยกชื่อ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้ปล่อย หนังใหม่ออนไลน์ ที่พูดถึงประเด็นของเกย์ต่างจังหวัดในยุค 90’s ของประเทศไทย มะเดี่ยวเคยสร้างหนังแนวนี้มาแล้วจนเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศอย่าง “รักแห่งสยาม” ที่พูดถึง 2 หนุ่มที่มีบาดแผลในใจและใช้ความผูกพันของกันและกันเพื่อเยียวยาความเจ็บปวด วันนี้ผมขอมาพูดถึงผลงานใหม่ของเขาในชื่อ “ดิว ไปด้วยกันนะ”

ดิว ไปด้วยกันนะ ภาพยนตร์แนว โรแมนติก Romance ซึ่งเป็นผลงานรีเมคจากหนังประเทศเกาหลีใต้ โดยผ่านการตีความใหม่ของมะเดี่ยวที่เขาต้องการใส่ประเด็นของเกย์ในยุค 90’s ว่าการเป็นเกย์นั้นต้องตุ้งติ้งเท่านั้น หรือเกย์เป็นตัวแพร่เชื้อเอดส์ สิ่งเหล่านี้คือมายาคติของคนไทยที่มีต่อเกย์ในยุคนั้น จึงทำให้เราลุ้นไปด้วยความสัมพันธ์ของภพกับดิวในสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่ตึงเครียดเหล่านั้น พวกเขาจะจับมือฝ่าฟันมันไปได้หรือไม่

ดิว ไปด้วยกันนะ

ในปี พ.ศ. 2539 ณ ปางน้อย จังหวัดเชียงใหม่ ดิวเพิ่งย้ายมาอยู่ในละแวกนั้น เขาเป็นเด็กนักเรียนใหม่ที่กำลังฟังเพลงผ่านเทปและเดินไปโรงเรียนด้วยความสนุกสนาน ระหว่างทางดิวได้พบกับ ที่ขับรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ผ่านมา ภพไม่คุ้นหน้าเด็กใหม่คนนี้ ด้วยความหวังดีจึงชวนเขาซ้อนรถไปโรงเรียนด้วยกัน แต่ขับไปได้ไม่นานดันมีฝนตกหนักทำให้ภพขับรถตกข้างทาง ตัวเปรอะไปด้วยโคลน ดิวยกชุดพละให้กับภพเปลี่ยน ส่วนเขาใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์ ในวันนั้นที่หน้าเสาธง ครูได้ประกาศเรื่องแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเพศและบังคับให้นักเรียนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศมาลงทะเบียนเพื่อไปบำบัด สังเกตได้ง่ายๆ จากการออกสาวหรือตุ้งติ้ง นี่คือจุดเริ่มต้นของการรู้จักกันของทั้งคู่ พวกเขาสนิทกันมากขึ้นเมื่อต้องไปเข้าไปเรียนพิเศษที่ตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยกัน ความสนิทนั้นมันมากกว่าเพื่อนในกลุ่ม พวกเขามีโอกาสได้เผยความรู้สึกต่อกันจนถึงขั้นจูบกัน แต่โชคร้ายดันมีเพื่อนผู้ชายมาเห็นเข้า แต่พอกลับมาที่โรงเรียน ภพเริ่มทำตัวห่างเหินเพราะกลัวคนอื่นรู้ในเพศสภาพของตัวเอง พอดิวเข้าไปถามหาสาเหตุก็ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ครูเข้ามาถามสาเหตุของทั้งคู่ จนทำให้ดิวสารภาพว่าตัวเองเป็นเกย์ ซึ่งแน่นอนว่าดิวต้องไปเข้าค่ายบำบัดเรื่องโรคติดต่อทางเพศ ซึ่งค่อนข้างโหดเอาการ ภพจึงแอบอาสาไปแทนโดยการขอบัตรแลกเข้าค่าย ทุกครั้งที่ภพกลับมาเขาจะมีสภาพหมดแรงและร่างกายเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำ จึงทำให้ทั้งคู่ตัดสินวางแผนที่จะหนีไปจากชุมชนนี้และไปใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการ ในคืนหนึ่งภพเตรียมพร้อมที่จะหนีจึงส่งเพจเจอร์ไปหาดิว แต่แม่ของดิวรั้งเขาไว้ จึงทำให้ทั้งคู่ขาดการติดต่อกันนับแต่นั้น เมื่อมาถึงปัจจุบัน ภพ เติบโตมาเป็นครูที่โรงเรียนในบ้านเกิดกับแฟนสาวของเขา แต่เขาไม่เห็นดิวหรือแม่ของดิวในชุมชนนั้นเลย ภพได้เจอกับ หลิว เด็กนักเรียนสาวคนหนึ่งที่มีนิสัยและรสนิยมการฟังเพลงคล้ายกับดิวทุกอย่าง นั่นจึงทำให้ภพไปสืบเรื่องราวทั้งหมดของดิว และทำให้รู้ว่าดิวและหลิวมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน

Dew

หนังเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 พาร์ทใหญ่ นั่นคืออดีตและปัจจุบันของภพ ซึ่งผมรู้สึกชอบพาร์ทแรกมากกว่า อาจจะเพราะมะเดี่ยว ทำหนังที่มีสถานการณ์ผู้ชายแปลกหน้า 2 คนมาเจอกันและพัฒนาความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อชีวิตของกันและกันได้ดี อย่างหนังเรื่อง รักแห่งสยามช่วงที่โต้งกับมิวยังเป็นเด็ก ที่ทั้ง 2 คนอยู่บ้านใกล้ๆ กันและสูญเสียบางอย่างที่รักไปในช่วงเวลาเดียวกัน หรือ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ในตอนที่เด็กนักเรียน 2 คนไปถ่ายรูปในโรงเรียนช่วงกลางคืนและเริ่มสนิทสนมกันเพียงแค่คืนเดียว เช่นเดียวกับพาร์ทแรกของเรื่องนี้ ที่มีสถานการณ์คล้ายๆ กัน เด็กผู้ชายแปลกหน้า 2 คนมาเจอกันและต้องเจอสถานการณ์ที่ตึงเครียดคล้ายๆ กัน นี่คือสิ่งผู้กำกับถนัดและชำนาญในการเล่า แต่พอเป็นพาร์ทช่วงหลังของหนัง หนังได้พูดถึงประเด็นใหม่ที่ล้ำกว่านั้น จนทำให้คนดูอาจจะปรับอารมณ์ไม่ค่อยทันหรือบางคนถึงขั้นรับไม่ได้ แต่เมื่อดูจบและได้รู้บทสรุปของหนัง ทำให้หนังกลับเข้าสู่คอนเส็ปต์ “ดิว ไปด้วยกันนะ” ได้อย่างราบรื่นและน่าจดจำ

อยากให้ทุกคนได้ดู หนังออนไลน์ เรื่องนี้มากๆ เพราะการันตีด้วยรางวัลสุพรรณหงส์ ที่นนท์ ศดานนท์ นักแสดงที่สวมบทบาท ภพ ในเรื่อง เพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาหมาดๆ ซึ่งหนังเรื่องนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ที่พูดประเด็น LGBTQ อย่างแน่นอน