18/09/2021

Fireball Visitors from Darker Worlds (2020)

Fireball Visitors from Darker Worlds

Fireball Visitors from Darker Worlds (2020)

ทุกครั้งที่มีการประกาศว่าประเทศไทยจะเกิดฝนดาวตก หลายคนต่างตื่นเต้นเฝ้ารอให้ถึงวันนั้น อดหลับอดนอนแหงนหน้าจ้องท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เพื่อจะได้เห็นแสงวิบวับเหนือผืนดินสักครั้ง พร้อมกับอธิษฐานให้ทันก่อนที่เส้นไฟขนาบกับความมืดจะมอดดับไป แล้วทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยว่าทำไมเราต้องอธิษฐานเวลาเห็นดาวตก เรารู้แค่ว่าเป็นการบอกต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นและมักจะเห็นอยู่บ่อยครั้งในหนังโรแมนติกหลายๆ เรื่อง ความจริงที่ว่าลึกซึ้งมากกว่านั้น การขอพรกับอุกกาบาตที่ตกลงมาสู่โลกไม่ได้เกิดขึ้นในช่วง 10 ปี 100 ปี หรือ 1000 ปี การนับถืออุกกาบาตให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดขึ้นนับตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้น วันนี้ผมมีหนังกึ่งสารคดีเรื่องหนึ่งที่ได้ดูผ่าน เว็บหนังออนไลน์ ที่เดินทางสำรวจไปทั่วโลกเพื่อหาจุดเชื่อมโยงเดียวกัน นั่นคือการตีความของอุกกาบาตในแต่ละวัฒนธรรม หนังกึ่งสารคดีเรื่องนี้มีชื่อว่า “Fireball Visitors from Darker Worlds”

Fireball Visitors from Darker Worlds ภาพยนตร์แนวกึ่ง สารคดี Documentary กำกับโดย ไซม่อน คลาฟเฟอร์ และ ไคลฟ์ ออพเพนไฮเมอร์ ซึ่งเป็นผลงานเรื่องแรกในฐานะผู้กำกับ พร้อมกับเป็นผู้ให้บรรยายสารคดีเรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่อง ในส่วนของ ไซม่อน คลาฟเฟอร์ ผลงานสารคดีเรื่องก่อนๆ ของเขาเคยผ่านการเข้าชิงออสการ์สาขาสารคดียอดเยี่ยมมาแล้วจากเรื่อง Encounters at the End of the World เมื่อปี 2007 

Fireball Visitors from Darker Worlds

สารคดีเรื่องนี้เป็นการต่อยอดมาจากโปรเจกต์ของ ไคล์ฟ ออพเพนไฮเมอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ร่วมมือกับ ไซม่อน คลาฟเฟอร์ นักประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ไม่กี่คนบนโลก และถูกนำมาเรียบเรียงเนื้อหาด้วยนักทำสารคดีมือฉมังชาวเยอรมันอย่าง แวร์เนอร์ แฮร์โซก เริ่มต้นที่เมืองเมริดา ประเทศเม็กซิโก ในงานประเพณี “วันแห่งผู้ล่วงลับ” สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของหายนะที่เคยเกิดขึ้นกับดาวเคราะห์โลกในอดีต เมื่อดาวเคราะห์น้อยทั้งดวงเคยพุ่งชนในพื้นที่นี้เมื่อหลายล้านปีก่อนที่มนุษย์จะถือกำเนิด พิธีบูชาลูกไฟของชนพื้นเมืองจึงเป็นเหมือนการจำลองเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวมายาโบราณและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน สถานที่ต่อไป สารคดีพาไปที่หลุมอุกกาบาตวูล์ฟครีก รัฐเวสเทิร์น ประเทศออสเตรเลีย นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบหลุมขนาดใหญ่นี้ในปี 1947 เมื่อมนุษย์สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถบินสูงเหนือผืนดินได้ ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าอุกกาบาตลูกใหญ่ที่พุ่งชนโลกสามารถเปลี่ยนภูมิเทศโดยรอบได้ พร้อมกับมีผลต่อวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนได้จากงานศิลปะของศิลปินในบริเวณนั้น แม้อุกกาบาตจะตกลงกว่าแสนปีก่อน แต่ก็ยังมีเรื่องเล่าจากบรรพบุรุษที่ต่อยอดให้กลายเป็นไอเดียในภาพวาดที่บอกเล่าถึงต้นกำเนิดของหลุมนั้น ว่ากันว่ามีชายคนหนึ่งไปพบกับบ่อน้ำแห่งหนึ่ง เขาสามารถเดินทะลุโพรงใต้น้ำแล้วโผล่ขึ้นอีกด้านโดยที่ตัวไม่เปียกน้ำ บ่อน้ำนั้นเกิดขึ้นจากงูสีรุ้งเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา 

Fireball Visitors from Darker Worlds

อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือวัฒนธรรมของศาสนาอิสลาม ที่ว่าด้วยพระเจ้าส่งหินก้อนหนึ่งลงมาจากสวรรค์เพื่อนำทางอดัมกับอีฟไปสู่จุดที่สร้างแท่นบูชา ตรงจุดที่อุกกาบาตตกลงมานั้นปัจจุบันได้กลายเป็นนครมักกะห์อันศักดิ์สิทธิ์ ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีแท่นกะอ์บะห์ตั้งอยู่ตรงกลางเมือง พร้อมกับมีหินสีดำที่ฝังอยู่ในแท่นนั้น หินนี้เป็นที่เคารพบูชามาตั้งแต่ก่อนที่พระโมฮัมหมัดจะก่อตั้งศาสนาอิสลามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำหินสีดำไปวิเคราะห์แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยืนยันว่าหินสีดำนั้นคืออุกกาบาต ทุกปีจะมีชาวมุสลิมกว่าพันล้านคนแห่แหนมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อได้สัมผัสและจูบหินศักดิ์สิทธิ์นี้สักครั้ง นี่เป็นเพียงตัวอย่างอันเล็กน้อยของสารคดีชุดนี้ที่ต้องการจะบอกเล่าความสำคัญของอุกกาบาตที่ฝังลึกเข้าไปในวัฒนธรรมมนุษย์ จนกลายเป็นความเชื่อ ประเพณี งานศิลปะ และวิถีชีวิตมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ หนังในเว็บออนไลน์ เรื่องนี้ในแง่ของภาพยนตร์ สารคดีได้นำข้อมูลที่มีอยู่แล้วมาเชื่อมกับอีกชุดข้อมูลหนึ่งจนกลายเป็นความรู้ใหม่ แต่การนำเสนอไม่ใช่เป็นการยัดข้อมูลใส่คนดูจนน่าเบื่อ สารคดีได้นำเทคนิคทางด้านภาพยนตร์มาใช้ สารคดีที่มีข้อมูลแน่นจึงเหมือนพาเรานั่งเรือสำราญพร้อมกับเปิดเพลงคลาสสิก ดื่มด่ำกับคลื่นทะเล แสงแดดอ่อนๆ และฝูงนกที่บินผ่าน สิ่งเหล่านี้คือสุนทรียภาพแห่งศิลปะภาพยนตร์ ถ้าไม่ได้ผ่านการเล่าด้วยผู้กำกับที่มีฝีมือ สารคดีเรื่องนี้ก็คงไม่งดงามขนาดนี้